ถุงน้ำรังไข่ต้องศึกษาสังเกตเพื่อรักษาให้ทัน

ถุงน้ำรังไข่(Ovarian Cyst) มีอยู่หลายชนิดด้วยกัน ทั้งชนิดถุงน้ำธรรมดาที่ไม่อันตราย และถุงน้ำชนิดอันตรายอย่างมะเร็ง ซึ่งเป็นโรคที่ผู้หญิงสามารถเป็นได้ในทุกช่วงอายุ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลเบื้องต้น และสังเกตอาการผิดปกติต่างๆ เพื่อรับการรักษาได้ทันการณ์ ถุงน้ำรังไข่ (Ovarian Cyst) เป็นถุงที่เต็มไปด้วยสารน้ำหรือกึ่งเหลวที่เกิดขึ้นอยู่ด้านบนหรือข้างในรังไข่ผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีถุงน้ำรังไข่เกิดขึ้นในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต และส่วนมากก็ไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาอะไร
Functional Cyst ถุงน้ำชนิดหนึ่งที่ไม่เป็นอันตรายเกิดขึ้นระหว่างการทำงานของรอบเดือนตามปกติ ถุงน้ำนี้สามารถหดตัวหายไปได้เองภายใน 60 วัน
หากถุงน้ำรังไข่นั้นไม่ได้เกิดจากการทำงานตามปกติของรอบเดือน ถุงน้ำนั้นอาจเป็นถุงน้ำประเภทใดประเภทหนึ่งต่อไปนี้
Dermoid Cyst :ถุงน้ำชนิดนี้เกิดจากเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างเซลล์ไข่ในมนุษย์ ภายในถุงน้ำจะมีเนื้อเยื่อ เช่น เส้นผม ผิวหนัง หรือฟัน ถุงน้ำชนิดนี้มักจะไม่กลายเป็นมะเร็ง ถุงน้ำชนิดนี้สามารถโตได้จนมีขนาดใหญ่และอาจทำให้รังไข่เกิดการบิดตัวหรืออกจากตำแหน่งปกติ ซึ่งเรียกว่า ภาวะรังไข่บิดขั้ว (ovarian torsion)
Cystadenomas :เป็นถุงน้ำที่เกิดจากเนื้อเยื่อของรังไข่และมีสารน้ำหรือเมือกอยู่ภายในสามารถโตจนมีขนาดใหญ่ได้
Endometriomas :เป็นถุงน้ำทีเกิดจากภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ซึ่งมีการเจริญเกิดขึ้นที่รังไข่
อาการของถุงน้ำรังไข่
อาการของโรคถุงน้ำรังไข่ ขึ้นอยู่กับชนิดของถุงน้ำที่เกิดขึ้น บางรายอาจไม่มีอาการ หรือบางรายมีอาการเล็กน้อย หรือบางรายมีปัญหาเรื่องประจำเดือนมาผิดปกติ จากการที่ไข่ไม่ตก ตามปกติถุงน้ำในรังไข่ไม่ได้ทำให้เกิดการป่วย หรืออาจมีอาการเพียงเล็กน้อยและไม่เป็นอันตราย แต่หากถุงน้ำแตกจะมีอาการรุนแรงเกิดขึ้นได้ และในกรณีที่ถุงน้ำมีขนาดใหญ่ อาจมีอาการดังต่อไปนี้

  • ปวดแปลบหรือปวดตื้อ ๆ บริเวณท้องส่วนล่างข้างที่เกิดถุงน้ำในรังไข่ โดยปวดแบบเป็น ๆ หาย ๆ
  • ปวดท้องน้อยก่อนหรือในระหว่างที่มีรอบเดือน ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ
  • ท้องผูก ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอ อิ่มเร็ว
  • คลื่นไส้และอาเจียน
  • ปวดหลังส่วนล่างและบริเวณต้นขา
  • เจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์
  • เจ็บเต้านม
    หากพบว่ามีอาการป่วยที่รุนแรง ซึ่งมักแสดงถึงภาวะที่ถุงน้ำในรังไข่แตกหรือรังไข่บิดขั้ว ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เช่น ปวดท้องหรือปวดท้องน้อยรุนแรงอย่างฉับพลัน ปวดท้องร่วมกับมีไข้หรืออาเจียน มีไข้ หายใจเร็ว หน้ามืด วิงเวียนศีรษะ อ่อนแรง

การรักษาถุงน้ำในรังไข่
การรักษาถุงน้ำรังไข่ มีความแตกต่างกันในแต่ละชนิดที่ได้กล่าวมาแล้ว บางชนิดไม่ต้องรักษาก็สามารถหายเองได้ แต่บางชนิดปล่อยไว้อาจมีอันตรายที่แตกต่างกันไปในแต่ละชนิดของถุงน้ำและขนาดของถุงน้ำ

  • ถุงน้ำรังไข่ปกติ คือเป็นถุงน้ำที่ทำงานตามรอบเดือน เมื่อมีการตกไข่ถุงน้ำนี้ก็จะสลายไปเอง ไม่มีความอันตรายและไม่จำเป็นต้องรักษา
  • เป็นถุงน้ำผิดปกติอย่างช็อกโกแลตซีสต์หรือตัวถุงน้ำรังไข่ที่ไม่ใช่มะเร็ง หากไม่ทำการรักษาในกรณีของช็อกโกแลตซีสต์ จะส่งผลให้ก้อนช็อกโกแลตซีสต์มีขนาดใหญ่ขึ้น และไปทำลายเนื้อรังไข่ที่ปกติ ส่งผลให้เข้าสู่ช่วงวัยหมดประจำเดือนก่อนวัยอันควร หรือในอีกกรณีหากก้อนรังไข่มีขนาดใหญ่ขึ้น จะมีความเสี่ยงต่อการปริ แตก รั่ว หรือบิดขั้วบริเวณปีกมดลูก และเพิ่มความเสี่ยงต่อตัวก้อนได้ หากมีขนาดใหญ่จำเป็นต้องได้รับการรักษา แต่ถ้าหากตัวก้อนมีขนาดเล็ก ในบางรายอาจเกิดขึ้นจากความผิดปกติของการตกไข่ กรณีนี้สามารถทานยาคุมเพื่อช่วยให้ประจำเดือนมาปกติ ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดก็สามารถหายเป็นปกติได้
  • การผ่าตัด ส่วนใหญ่มักผ่าตัดกับก้อนที่มีขนาดใหญ่ ทั้งชนิดที่ไม่ใช่มะเร็งและชนิดที่เป็นมะเร็ง

การผ่าตัดเมื่อตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง จะขึ้นอยู่กับระยะที่เกิด โดยในระยะแรกมีโอกาสรักษาหายขาดได้สูง แต่ก็ต้องได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถกลับมาเป็นอีกได้เช่นกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *