มดลูกโต…..เสี่ยงมะเร็ง

ปัจจุบันผู้หญิงป่วยด้วยโรคมดลูกโตกันค่อนข้างมาก มักพบในผู้หญิงที่อายุระหว่าง 30-45 ปี โรคมดลูกโตเป็นภาวะที่มดลูกขยายตัวมากกว่าปกติที่สำคัญคือโรคมดลูกโตนั้น ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด หาก ผู้ป่วยมีกรรมพันธุ์หรือเคยผ่าตัด เกี่ยวกับมดลูกอาจทำให้เป็นโรคมดลูกโตได้ นอกจากนี้การหมุน เวียนของฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายของผู้หญิงที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอาจส่งผลให้เกิดโรคนี้ได้เช่นกัน
หลายปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดภาวะมดลูกโต เช่น การตั้งครรภ์ เนื้องอกในมดลูก โรคมะเร็งบางชนิด เป็นต้น เมื่อเกิดภาวะนี้ขึ้นจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่สบายตัว หรือรู้สึกหนักบริเวณช่องท้องส่วนล่าง ปกติแล้วภาวะมดลูกโตไม่มีอันตรายร้ายแรง แต่หากมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีเลือดออกบริเวณช่องคลอด มีอาการปวดบริเวณกระดูกเชิงกราน เป็นต้น ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพราะอาจมีภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายได้
แต่สาเหตุหลักๆ ที่พบคือ โรคมดลูกโตจากเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ คือ การที่เนื้อเยื่อในโพรงมดลูกเจริญหรือแทรกซึมเข้าไปในกล้ามเนื้อมดลูก ทำให้กล้ามเนื้อมดลูกเกิดภาวะอักเสบเรื้อรังจนเกิดพังผืดในชั้นกล้ามเนื้อมดลูก สุดท้ายมดลูกเกิดการขยายตัวและหนาขึ้น เกิดภาวะมดลูกโต ทำให้เกิดอาการประจำเดือนมามากผิดปกติ และอาการต่างๆ ที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล

อาการมดลูกโต
อาการมดลูกโต ที่สังเกตได้ด้วยตนเอง คือ

  • คลำเจอก้อนที่บริเวณท้องน้อย โดยมากหากคลำเจอนั่นหมายถึงก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่ประมาณคนท้องได้ 3 เดือน ซึ่งต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเท่านั้น แต่ถึงแม้ว่าจะคลำไม่เจอ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ได้เป็นโรคมดลูกโตด้วยอีกเช่นกัน
  • ปัสสาวะถี่ ปวดหลัง (ถ้าตำแหน่งของมดลูกโตอยู่บริเวณด้านหน้า ก็จะไปกดกระเพาะปัสสาวะทำให้เกิดอาการปัสสาวะถี่ แต่ถ้ามดลูกโตไปทางด้านหลังก็จะไปกดตำแหน่งที่ทำให้ปวดหลัง)
  • ปวดท้องน้อย
  • ประจำเดือนมามากกว่าปกติ (ต้องมีการเปลี่ยนผ้าอนามัยมากกว่า 2-3 แผ่นต่อวัน) มีอาการปวดท้องประจำเดือนมากผิดปกติและปวดมากขึ้นเรื่อยๆ
  • มีลิ่มเลือดขนาดใหญ่ออกมาขณะมีประจำเดือน มีอาการคล้ายๆ ตกเลือดขณะมีประจำเดือน ปวดเชิงกรานและช่องท้อง ปวดหน่วงช่องท้อง
  • เจ็บปวดระหว่างมีเพศสัมพันธ์
  • รู้สึกแน่นและหนักบริเวณช่องท้องส่วนล่าง
  • ปวดหลัง
  • ปวดกระดูกเชิงกราน
  • เป็นตะคริวที่ท้อง
    อย่างไรก็ตาม อาการของภาวะมดลูกโตอาจเป็นสัญญาณของโรคอันตรายอย่างมะเร็งได้ ดังนั้น ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจหากมีอาการผิดปกติอื่น ๆ ดังต่อไปนี้ ร่วมกับอาการข้างต้น

การรักษามดลูกโต
การรักษาภาวะมดลูกโตขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการด้วย ซึ่งสามารถรักษาได้ด้วยวิธีการแตกต่างกันไป ดังนี้

  • มดลูกโตจากเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ผู้ที่มีภาวะนี้ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องรักษา แต่อาจต้องใช้ยาเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวด โดยแพทย์อาจให้ยาไอบูโพรเฟนเพื่อช่วยให้อาการอักเสบดีขึ้น และอาจให้ยาคุมกำเนิดหรือใช้ห่วงคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนผสมอยู่ เพื่อบรรเทาอาการปวดและช่วยให้เลือดไหลน้อยลง ทำให้เนื้องอกหยุดเจริญเติบโต แต่หากอาการรุนแรง แพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัดมดลูกด้วย
  • มดลูกโตจากเนื้องอกในมดลูกสามารถรักษาเหมือนกับภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ได้ หรืออาจรักษาโดยการผ่าตัดนำเนื้องอกในมดลูกออก ส่วนวิธีการผ่าตัดนั้นขึ้นอยู่กับขนาดของเนื้องอกและบริเวณที่เกิดเนื้องอก นอกจากนี้ อาจรักษาด้วยการอุดเส้นเลือด (Embolization) โดยแพทย์จะใช้ท่อขนาดเล็กสอดเข้าไปในมดลูก และปล่อยอนุภาคเพื่อตัดเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงเนื้องอก ซึ่งจะทำให้เนื้องอกมีขนาดเล็กลงได้
  • มดลูกโตจากโรคมะเร็งอาจจำเป็นต้องรักษาด้วยการฉายรังสีหรือรับยาเคมีบำบัด ในกรณีที่มีอาการรุนแรงหรือก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่ อาจต้องใช้วิธีผ่าตัดนำก้อนเนื้อหรือนำมดลูกออกไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *