มะเร็งในระบบทางเดินอาหารความเสี่ยงจากพันธุกรรมและพฤติกรรม

มะเร็งในระบบทางเดินอาหาร หมายถึง มะเร็งที่เกิดขึ้นในทางเดินอาหารตั้งแต่หลอดอาหารจนถึงทวารหนักโรคมะเร็งในระบบทางเดินอาหารพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ที่รู้จักกันดีได้แก่ มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งตับ ส่วนมะเร็งท่อน้ำดี มะเร็งตับอ่อน มะเร็งของลำไส้เล็ก ถุงน้ำดี และม้าม ในระยะเริ่มแรกอาจจะไม่มีอาการ ซึ่งยากต่อคนทั่วไปที่จะทราบ ดังนั้นจึงควรที่จะมีการตรวจสุขภาพทุกปี โดยเฉพาะในบุคคลที่มีปัจจัยเสี่ยงซึ่งแตกต่างกันไปในมะเร็งแต่ละชนิด บางชนิดสามารถตรวจเช็คทางห้องปฏิบัติการหรือการตรวจเอ็กซเรย์ได้ เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ ตรวจเลือดซ่อนเร้นในอุจจาระ (stool occult blood) หรือมะเร็งตับ ตรวจเลือดหาสารบ่งชี้มะเร็งตับ (alphafetoprotein, AFP)
สาเหตุ
ปัจจัยที่ทำให้เกิดมะเร็งทางเดินอาหาร แบ่งได้เป็นสองปัจจัยหลัก คือ
1.ปัจจัยภายใน ซึ่งเป็นเรื่องของพันธุกรรม เชื้อชาติ ประวัติการเจ็บป่วยมีโรคมะเร็งทางเดินอาหารในครอบครัวหรือเคยเป็นมะเร็งที่อวัยวะอื่นมาก่อน เช่น รังไข่ มดลูก เต้านม
2.ปัจจัยภายนอก คือสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีสารก่อมะเร็งพวกเอ็น-ไนโตรโซ (N-NitrosoCompounds) ที่พบมากในสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอาหารประเภท ปิ้ง ย่าง อาหารหมักดอง อาทิ ปลาเค็ม กุ้งแห้ง กะปิ ปลาร้า เบคอน ปลาหมึกตากแห้ง กุนเชียง ฯลฯ พฤติกรรมการสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ สำหรับปัจจัยภายในถือเป็นสาเหตุสำคัญ ต่อการเกิดมะเร็ง โดยมีปัจจัยภายนอกเป็น ตัวเสริมหรือเร่งให้การเกิดมะเร็งเร็วขึ้น หรือมีความเสี่ยงสูงขึ้น

***วิธีตรวจหามะเร็งในระบบทางเดินอาหาร
การตรวจมะเร็งในระบบทางเดินอาหารทำได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับมะเร็งเกิดขึ้นที่ทางเดินอาหารส่วนใด โดยรวม เริ่มต้นจากการซักประวัติ การตรวจร่างกาย การตรวจเลือด การตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็ง การตรวจหาเลือดในอุจจาระ การตรวจอัลตร้าซาวด์หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องท้อง สำหรับการตรวจที่สำคัญซึ่งช่วยในการวินิจฉัยโรคในระบบทางเดินอาหารได้ดีคือ การส่องกล้องตรวจทางเดินอาหาร ซึ่งมีทั้ง การส่องกล้องตรวจทางเดินอาหารส่วนต้น (Gastroscopy) และ การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) การตรวจวิธีนี้สามารถตรวจพบ ติ่งเนื้อขนาดเล็กที่ยังไม่เป็นมะเร็งหรือมะเร็งระยะแรกที่ยังอยู่แค่ผนังส่วนตื้น ๆ ของทางเดินอาหารไปจนถึงมะเร็งระยะลุกลามแล้ว
ส่วนในผู้ป่วยที่มีอาการ อาจเป็นอาการที่ไม่จำเพาะเจาะจง เช่น เบื่ออาหาร ผอมลง อ่อนเพลีย ต้องเริ่มวิเคราะห์จากอาการที่เป็น ซึ่งในบางอาการ อาจพอที่จะระบุได้ว่าเป็นอวัยวะใด จำเป็นต้องทำการตรวจวิเคราะห์เพิ่มเติม

การรักษามะเร็งในระบบทางเดินอาหาร
การรักษามะเร็งให้ได้ผลดีมากน้อย ขึ้นกับระยะของมะเร็งที่ตรวจพบ หากตรวจพบในระยะแรกมีโอกาสหายขาดได้ การตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะแรกจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หรือการตรวจพบรอยโรคก่อนเป็นมะเร็ง เช่น ติ่งเนื้อ และได้รับการรักษาหรือตัดออกก็สามารถป้องกันการเกิดมะเร็งได้ วิธีรักษามะเร็งในระบบทางเดินอาหาร ประกอบด้วยการผ่าตัด เคมีบำบัด รังสีรักษา ขึ้นอยู่กับผู้ป่วยแต่ละราย
การผ่าตัดจะเป็นวิธีการรักษาหลักในมะเร็งทางเดินอาหารระยะต้นๆ การผ่าตัดจะทำการตัดมะเร็งในอวัยวะนั้นออก รวมถึงตัดต่อมน้ำเหลืองรอบๆก้อนมะเร็งออก อาทิเช่น มะเร็งหลอดอาหารในตำแหน่งที่สามารถผ่าตัดออกได้ จะทำการตัดเอาหลอดอาหารส่วนที่เป็นมะเร็งและต่อมน้ำเหลืองรอบๆหลอดอาหารออกไป ในโรคมะเร็งระยะลุกลามจนผู้ป่วยรับประทานทางปากไม่ได้ อาจมีการผ่าตัดกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กเพื่อให้อาหารทางสายยางแทน
รังสีรักษาเป็นวิธีหนึ่งในการรักษาโรคมะเร็ง โดยการฉายรังสีจะทำลายเซลล์มะเร็ง การฉายรังสีอาจใช้ร่วมกับเคมีบำบัด หรือฉายรังสี ร่วมกับเคมีบำบัดและผ่าตัด ซึ่งจะเป็นไปตามข้อบ่งชี้การแพทย์เป็นรายๆ ไป การฉายรังสีมีวัตถุประสงค์ 2 ประการคือใช้รักษาเพื่อควบคุมโรค ซึ่งจะใช้รักษาผู้ป่วยระยะลุกลามไม่มากและมีสุขภาพแข็งแรงและอีกวัตถุประสงค์หนึ่งคือ การรักษาแบบประคับประคองที่จะใช้รักษาผู้ป่วยที่เป็นมากแล้วหรือสุขภาพไม่แข็งแรง
เคมีบำบัดเป็นการใช้ยาเพื่อรักษาโรคมะเร็ง โดยเคมีบำบัดจะทำการขัดขวางการเจริญเติบโต หรือการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งให้ช้าลงและทำลายเซลล์มะเร็งที่กำลังแบ่งตัว อาการข้างเคียงของการใช้เคมีบำบัด เช่น โลหิตจาง, คลื่นไส้อาเจียน, ผมร่วง การใช้เคมีบำบัด มักใช้รักษาร่วมกับการฉายรังสีหรือร่วมกับการผ่าตัด

จากการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆแล้ว สิ่งสำคัญในการดูแลสุขภาพตนเองและคนรอบข้างให้ห่างไกลจากมะเร็งระบบทางเดินอาหาร และจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรับการตรวจสุขภาพประจำปี ที่ต้องลงลึกในการตรวจเพิ่มเติมเฉพาะจุด ด้วยเครื่องมือเฉพาะทางกับแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญ เพราะหากเกิดความผิดปกติ และสามารถตรวจพบได้ในระยะแรก ตั้งแต่ยังไม่กลายเป็นมะเร็ง ย่อมส่งผลให้การรักษาได้ผลดีมากขึ้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *