นิ้วล๊อค ภัยใกล้ตัวยุค 4.0

ในยุค 4.0 เทคโนโลยี่มีบทบาทกับการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งจำเป็นกับสังคมยุค 4.0 จะเข้ามาแทรกอยู่ในทุกเวลาทั้งวันเกือบ 24 ชัวโมง ยกเว้นเวลานอน เริ่มจากตื่นนอนทุกคนต้องหยิบโทรศัพท์มือถือ อัพเดทข่าวสาร เล่นไลน์กับเพื่อนหรือใช้ในเรื่องงาน เล่นเกมส์ การทำงานต้องใช้มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ ติดต่อประสานงาน ก่อนนอนก็ต้องจับโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นก่อน เป็นพฤติกรรมที่ทุกคนทำเป็นประจำของการดำเนินชีวิต ซึ่งกลุ่มดังกล่าวเสี่ยงต่อการเกิดโรคนิ้วล็อค
อีกกลุ่มที่เสี่ยงต่อโรคนิ้วล๊อค คือ กลุ่มที่ใช้งานนิ้วมือท่าเดิมซ้ำๆ ใช้นิ้วเกี่ยวของหนักๆ เช่นแม่บ้านที่ซักผ้าด้วยมือ ถือถุง หิ้วตะกร้าไปจ่ายตลาด ทำกับข้าว พ่อครัว แม่ค้า คนทำไร่ ทำสวน ช่างไม้ ช่างทำผม ช่างตัดเสื้อผ้า ผู้ที่ชอบเล่นกีฬาบางประเภท กอล์ฟ เทนนิส แบดมินตัน ฯลฯ หรือกลุ่มผู้ป่วยโรคข้ออักเสบชนิดรูมาตอยด์

อาการของนิ้วล็อค
อาการนิ้วล็อค โดยทั่วไปเริ่มมีอาการปวดบริเวณฝ่ามือตรงกับโคนนิ้วมือ และมีอาการมากขึ้นเมื่อกดหรือบีบบริเวณฐานนิ้วมือด้านหน้า งอนิ้วแล้วเหยียดข้อนิ้วจะสะดุด และปวดเพิ่มมากขึ้น เมื่องอนิ้วลงไปแล้วจะติดล็อกไม่สามารถเหยียดนิ้วออกเองได้ หรืออาจมีอาการมากขึ้นจนไม่สามารถงอนิ้วลงได้ และเมื่ออาการทวีความรุ่นแรงมากยิ่งขึ้นถึงขั้นมีอาการอักเสบบวมมากจนนิ้วบวมติดอยู่ในท่างอเล็กน้อยไม่สามารถเหยียดให้ตรงได้ หากพยายามเหยียดจะทำให้ปวดมาก เมื่อถึงขั้นนี้แล้วควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อหาสาเหตุและป้องกันรักษาต่อไป

วิธีการรักษานิ้วล็อคตามระดับความรุนแรง
การรักษาอาการนิ้วล็อคนั้นมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการที่เกิดขึ้น ดังนี้
พักผ่อน พักมือจากการทำกิจกรรมที่ต้องใช้มือออกแรงหรือแบกน้ำหนักมาก ๆ ซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน เช่น เล่นโทรศัพท์มือถือ อัพเดทข่าวสาร เล่นไลน์กับเพื่อนหรือใช้ในเรื่องงาน เล่นเกมส์ โดยเว้นกิจกรรมดังกล่าวเพื่อพักการใช้งานมืออย่างน้อย 3-4 สัปดาห์ หากจำเป็นต้องทำกิจกรรมทุกๆวันก็ควรที่จะลดหรือหลีกเลี่ยงไปหากิจกรรมอื่นๆทดแทน
ออกกำลังกายยืดเส้นเบา ๆ ทำก่อนหรือหลังจากการทำกิจกรรมซ้ำๆกันตลอดเวลา เพื่อช่วยให้นิ้วเคลื่อนที่ได้ปกติ
ประคบร้อนหรือเย็น ผู้ที่มีอาการนิ้วล็อคบางรายอาจใช้วิธีประคบเย็นที่ฝ่ามือ ซึ่งช่วยให้อาการนิ้วล็อคดีขึ้นการแช่น้ำอุ่นก็บรรเทาอาการให้ทุเลาลงโดยเฉพาะหากทำในช่วงเช้า
อาการเริ่มรุนแรงขึ้น จำเป็นต้องใส่อุปกรณ์สำหรับดามนิ้ว การใส่อุปกรณ์สำหรับดามนิ้ว (Splinting) จะช่วยดามนิ้วให้ตรง ไม่งอหรือเหยียดเกินไป อีกทั้งช่วยให้นิ้วได้พัก หากเกิดอาการนิ้วล็อคหรือนิ้วแข็งตอนเช้าเป็นประจำ วิธีดังกล่าวจะต้องปรึกษาแพทย์ เพื่อแนะนำใส่อุปกรณ์ดังกล่าวดามนิ้วไว้ตลอดคืน เพราะจะช่วยป้องกันไม่ให้นิ้วเกร็งหรืองอเข้าไปเองขณะที่ผู้ป่วยหลับ แต่การใส่อุปกรณ์สำหรับดามนิ้วในระยะยาวก็อาจได้ผลน้อยกว่าการรักษาด้วยวิธีอื่น ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับการรักษาของแพทย์

การรักษาด้วยยา

เป็นวิธีที่เกิดโรคนิ้วล็อคที่รุนแรง จนต้องรับประทานยาที่ต้านอาการอักเสบหากใช้วิธีรับประทานยาบำบัดแล้วไม่ได้ผล เกิดอาการนิ้วล็อครุนแรงเพิ่มขึ้น อาจต้องได้รับการรักษาด้วยการศัลยกรรมและกระบวนการทางการแพทย์วิธีอื่น
การผ่าตัด
– ผ่าตัดแบบเปิด โดยแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะบริเวณที่มีแผลผ่าตัด เพื่อกรีดผ่าปลอกหุ้มเอ็น
– ผ่าตัดแบบปิด โดยใช้เข็มเขี่ยหรือสะกิด ปลอกหุ้มเอ็นออกผ่านผิวหนัง แทบไม่มีแผลให้เห็น ทั้งนี้การรักษาขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์

โรคนิ้วล็อกไม่ใช่โรคอันตราย แต่ก่อให้เกิดความรำคาญ แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่มีการดูแลรักษาที่ถูกวิธี อาจทำข้อต่อยึดและเหยียดไม่ออก ขยับไม่ได้ พังผืดรอบข้อต่อของนิ้วยึดแข็ง ทำให้พิการได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *