ช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate Cyst) รักษาเร็วปลอดมะเร็ง

ช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate Cyst) คือถุงน้ำในรังไข่ประเภทหนึ่งที่เกิดจากการเจริญเติบโตที่ผิดปกติภายในเยื่อบุโพรงมดลูก สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากประจำเดือนที่ไหลออกมาไม่หมด หรือประจำเดือนไหลย้อนกลับ คือแทนที่เลือดจะไหลออกมาทางช่องคลอดตามปกติ แต่กลับมีประจำเดือนส่วนหนึ่งไหลย้อนเข้าไปสะสมตกค้างจนเกิดเป็นถุงน้ำที่มีลักษณะเหนียวข้นคล้ายช็อกโกแลตอยู่ภายใน
ช็อกโกแลตซีสต์ มีอีกหลายชื่อเรียก เช่น โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือถุงน้ำช็อกโกแล็ต เหตุที่เรียกว่าช๊อกโกแลตนี้เนื่องจาก สีของเลือดประจำเดือนตกค้างที่เหมือนสีของช๊อกโกแลต การผิดปกติที่เซลล์เจริญเติบโตผิดที่เป็นอาการที่เกิดจากการสะสม ทำให้หลายคนไม่รู้ตัวเพราะไม่มีอาการเจ็บป่วยอะไร จนกระทั่งนานวันเข้าถุงน้ำโตเต็มที่จนเกิดอาการปวดอย่างรุนแรง

อาการช็อกโกแลตซีสต์

  • ปวดบริเวณอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง โดยจะรุนแรงมากขึ้นในช่วงมีรอบเดือน
  • ปวดประจำเดือนมาก ซึ่งมักจะเริ่มปวดก่อนประจำเดือนมา 2-3 วันไปจนหมดรอบเดือน ซึ่งจะต่างกับการปวดประจำเดือนปกติที่มักปวดในช่วงวันแรก ๆ และไม่รุนแรง
  • มีเลือดออกกะปริบกะปรอยทางช่องคลอด หรืออาการอื่น ๆ คล้ายกับช่วงมีประจำเดือน
  • รู้สึกเจ็บและปวดบริเวณช่องคลอดขณะมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งอาการอาจคงอยู่หลังมีเพศสัมพันธ์ไปอีกประมาณ 1-2 ชั่วโมง
  • มีบุตรยาก
  • บางรายอาจมีอาการปวดขณะถ่ายอุจจาระหรือปวดบริเวณอุ้งเชิงกรานมากขณะปัสสาวะ
    ดังนั้นผู้หญิงทุกคนไม่ควรมองข้าม สังเกตถึงอาการเบื้องต้น หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการดังกล่าวควรปรึกษาแพทย์ และต้องตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อหาสิ่งบกพร่องที่อาจเกิดขึ้น เพราะหากมีถุงน้ำหรือโพรงมดลูกทำงานไม่ปกติ จะสามารถมองเห็นด้วยการส่องกล้อง หรืออัลตร้าซาวนด์เท่านั้น

การรักษาช็อกโกแล็คซีสต์

  • รักษาด้วยยา หากพบซีสต์ได้เร็วจะมีอันตรายน้อย เพราะยังเป็นก้อนที่มีขนาดเล็ก แพทย์อาจให้การรักษาด้วยยา เพื่อยับยั้งการทำงานของฮอร์โมนเพศหญิง เช่นการกินยาคุม และต้องหมั่นไปตรวจก้อนซีสต์บ่อย ๆ ว่ามีขนาดลดลงหรือไม่ อย่างไร
  • การผ่าตัด เมื่อการรักษาด้วยยาไม่ช่วยให้อาการดีขึ้น ถุงน้ำมีขนาดใหญ่ขึ้นจะมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง เนื่องจากถุงน้ำมีขนาดใหญ่จนอาจกระทบกับอวัยวะอื่น แพทย์มักจะแนะนำให้ผู้ป่วยผ่าตัด เพื่อนำเซลล์เยื่อบุออกจากรังไข่ปัจจุบันสามารถผ่าตัดผ่านกล้องมีรอยแผลมีขนาดเล็ก บางรายผ่าตัดเสร็จสามารถกลับบ้านได้ ใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อยและยังสามารถมีบุตรได้ในอนาคต
  • ในกรณีที่อาการรุนแรงมาก แพทย์อาจพิจารณาให้ผ่าตัดมดลูกหรือรังไข่ออกทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะหมดระดูหรือหมดประจำเดือนเร็วกว่าปกติ และต้องมีการใช้ฮอร์โมนทดแทน (Hormone Replacement Therapy) เข้ามาช่วยเสริม
    กลุ่มที่เสี่ยงเป็นโรคช็อกโกแลตซีสต์โดยเฉพาะผู้หญิงอายุ 25-40 ปี มีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นโรคนี้ ไม่เคยมีบุตรมาก่อน หรือมีรอบเดือนผิดปกติ เช่น ประจำเดือนมามากและมีระยะเวลานานกว่าปกติ รอบเดือนสั้น เริ่มมีประจำเดือนครั้งแรกตั้งแต่อายุยังน้อย ควรที่จะหาวิธีป้องกันก่อนที่จะเกิดโรค โดยหมั่นสำรวจตัวเองว่ามีอาการของช็อกโกแลตซีสต์หรือไม่หมั่นตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อหาความเสี่ยง หากไม่แน่ใจ แนะนำให้พบแพทย์ทันทีดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ เพราะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของฮอร์โมนภายในร่างกายได้ดีที่สุดเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ขณะมีประจำเดือน เพื่อป้องกันเลือดประจำเดือนไหลย้อนกลับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *