ปวดประจำเดือน ชื่อเรียกในทางการแพทย์ว่า Dysmenorrhea ซึ่งเป็นกลุ่มอาการปวดเกร็งหรือปวดเกร็งที่บริเวณท้องน้อย เป็นปัญหาที่ผู้หญิงส่วนใหญ่มักพบเป็นประจำทุกๆ เดือน มีอาการปวดมากปวดน้อยขึ้นอยู่หลายสาเหตุ อาการดังกล่าวสามารถเริ่มต้นจากปวดแบบไม่รุนแรง ไปจนถึงระดับที่ไม่สามารถทนได้ อาการปวดประจำเดือนอาจจะมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น อาการคลื่นไส้ อาเจียน และอาการท้องเสียหน้ามืด เป็นลม และมีผู้หญิงบางกลุ่มอาการปวดประจำเดือนที่รุนแรงจนทนไม่ไหวต้องไปโรงพยาบาล
อาการปวดประจำเดือน แบ่งเป็น2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
ปวดแบบปกติ จะปวดรอบเดือนใน1-2 วันแรกของรอบเดือนเท่านั้น สามารถทนปวดได้ไม่ต้องถึงขั้นรับประทานยา หรือทานยาแก้ปวดปกติ อาการปวดไม่รบกวนชีวิตประจำวันหรือการงานการเรียนยังคงไปไหนมาไหนได้ ลักษณะเช่นนี้มีสาเหตุเกิดจากการหดรัดตัวของกล้ามเนื้อมดลูก เพื่อไม่ให้รอบเดือนมามากจนทำให้เกิดภาวะตกเลือด
ปวดแบบมีโรคแอบแฝง จะปวดท้องประจำเดือนมาก ทนไม่ไหวต้องรับประทานยาแก้ปวด บางรายปวดท้องหลายวันก่อนมีประจำเดือน ปวดมากขึ้นเมื่อมีประจำเดือนและอาจปวดมากต่อเนื่องไปหลังจากประจำเดือนหมด สังเกตได้จากการเพิ่มปริมาณในการรับประทานยาระงับอาการ หรือเปลี่ยนมารับประทานยาที่แรงขึ้นและอาการปวดก็จะเพิ่มช่วงเวลาขึ้นจากที่เคยปวด 2-3วัน ก็ขยับขึ้นมาเป็นตลอดช่วงที่มีประจำเดือน อาการเช่นนี้สามารถ สันนิฐานได้หลายโรค คือ
- เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือช็อกโกแลตซีสต์ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย
- พังผืดในช่องท้อง
- เนื้องอกมดลูก
- มีการติดเชื้ออักเสบในอุ้งเชิงกรานฯลฯ
หากสังเกตอาการปวดประจำเดือนผิดปกติ และทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นจนทนไม่ไหว จะต้องรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อหาสาเหตุของโรงอื่นๆตามมาด้วย รวมทั้งจะได้มีข้อแนะนำ ดูแลรักษาได้อย่างถูกต้องหลักการแพทย์ต่อไป
จากอาการปวดประจำเดือนทั้ง 2 แบบนี้จำนวนผู้หญิงมากกว่าครึ่งหนึ่งของคนที่เป็นประจำเดือนจะมีอาการปวดเกร็งอยู่ประมาณ 1-2 วันของแต่ละเดือน และอีก 1ใน 6 ของผู้หญิงเหล่านั้นจะมีอาการปวดประจำเดือนที่รุนแรง วิธีที่สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดระดับปกติพอทนได้ ไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งเกิดขึ้นกับผู้หญิงส่วนใหญ่ อาจเริ่มด้วยการรับประทานยาระงับปวดทั่วไป ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วยลดอาการปวดได้ แต่หากมีอาการปวดอย่างรุนแรงและมีความผิดปกติที่เชื่อมโยงจากการอาการปวด ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่ามีอาการปวดแบบมีโรคแอบแฝงควรรีบมาปรึกษาแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุและหาวิธีดูแลรักษาต่อไป สิ่งสำคัญ คืออย่ากลัวหรือชะล่าใจต่อการเข้ามารับการตรวจจากแพทย์เพราะโรคที่ซ่อนมากับอาการปวดประจำเดือนนั้นสามารถจัดการได้

